
มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ตัวแทนภาคกลางร่วมเสวนา”พรบ.มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ”
ที่ห้องประชุมเอราวัณ ชั้น 3 อาคารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตอ่างทอง อ.ไชโย จ.อ่างทอง สืบเนื่องจากนโยบายของคณะรัฐบาล(คสช.)ต้องการให้มีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ จึงมีมติให้ยกระดับสถานบันพลศึกษา เป็นมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งมี 17 วิทยาเขต และ 13 โรงเรียนกีฬา ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.62 ที่ผ่านมา พร้อมยกเลิก พ.ร.บ.การพลศึกษา ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการกีฬาและการศึกษาจัดการเสวนา”พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ” โดยมี ผอ.วันดี อิศรางกรู ณ อยุธยา ผอ.กกท.สระบุรี, ผอ.มาด๊าด ทองท้วม ผอ.กกท.อ่างทอง, ผศ.ดร.ธงชัย สุขดี รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตอ่างทอง ,ผอ.สมศักดิ์ กลับหอม ผอ.รร.กีฬาอ่างทอง , ผอ.ศิรประภา เทศประสิทธิ์ ผอ.กกท.พระนครศรีอยุธยา และว่าที่ร้อยตรีสกล เจริญวงค์ ผอ.กกท.ลพบุรี ร่วมกันเสวนาถึง”พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ”ว่าผลดีผลเสียของ พ.ร.บ.ดังกล่าว

ซึ่งในวงเสวนามีการซักถามความเป็นไปในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ร่วมถึงการแต่งตั้งอธิการบดี และการขยายคณะเรียนตามระบบมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยระบบการบริหารส่วนราชการมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ท่ามกลางผู้ร่วมฟังการเสวนาที่ประกอบไปด้วยผู้เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ จำนวน 200 คน ซึ่งหลังเปลี่ยนผ่าน”พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ”ครบ 180 วัน(18พ.ย.62)จะมีการสรรหาอธิการบดี โดยมีปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน ,ปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยละนวัตกรรม ,ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ,ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติตามมาตรา 80 และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา แต่งตั้งจำนวน 4 คนเป็นกรรมการ เพื่อเห็นชอบเสนอต่อรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ก่อนทูลเกล้าเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเก้าฯแต่งตั้ง


และในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ได้มีการขยายคณะการศึกษาระดับปริญญาตรี และปริญญาโทเพิ่ม อาทิ คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ,คณะศิลปะศาสตร์ ,คณะอุตสาหกรรมการกีฬา และคณะบัณฑิตวิทยาสตร์ ระดับปริญญาโท ซึ่งผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายคาดหวังว่ามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ จะเจริญเติบโตแบบ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ขยายการศึกษาจากการกีฬา มาเป็นการศึกษาแบบหลากหลาย



